Mahapadma.org joomla templates

Tools
A+ R A- wide normal
Login
  • Skip to content
sporter.com » Home » บุคคลในพุทธศาสนา » พระโพธิสัตว์และธรรมบาล » พระจุณฑิมหาโพธิสัตว์
  • หน้าแรกsummary
  • บุคคลในพุทธศาสนา 
    • พระพุทธเจ้า
    • พระโพธิสัตว์และธรรมบาล
  • พระสูตรและพระคัมภีร์ 
    • คัมภีร์เถรวาท
    • คัมภีร์มหายาน
    • บทสวดมนต์
  • สาระในพุทธศาสนา 
    • หลักธรรม
    • นิทานธรรม
    • สาระน่ารู้ในพระพุทธศาสนา
    • ประวัติศาสตร์พุทธศาสนา
    • พุทธศิลป์
    • ปุจฉา - วิสัชนา
    • ทำเนียบวัดมหายานและวัชรยานในประเทศไทย
    • 生命電視
    • 如来藏讲堂
    • เรียนภาษาจีน
  • คลังภาพ 
    • q1133_wallpaper.
    • พระกษิติครรภฯ
    • พระไภษัชยคุรุฯ 1
    • พระไภษัชยคุรุฯ 2
    • จัมปาลา
    • บุญเขต
    • ตารามาตา
    • 35 Buddhas
    • พระสมันตภัทรฯ
    • พระคุรุปัทมสัมภวะ
    • พระมัญชุศรีโพธิสัตว์
    • พระมหาบุรุษ
    • ภาพทังกะในพระตำหนักยงเหอ 1
    • ภาพทังกะในพระตำหนักยงเหอ 2
    • พระอวโลกิเตศวร 1
    • พระอวโลกิเตศวร 2
    • พระอวโลกิเตศวร 3
    • พระอวโลกิเตศวร 4
    • พระวัชรสัตวะ
    • พระมหาไวโรจนตถาคตพุทธเจ้า
    • มหาอัฏฐมังคลวัสตุ
    • ธวัช ฉัตร ธง
    • มหามยุรีวิทยาราชา
    • ส.ค.ส. ๒๕๕๔
    • ปทุมชาติ
    • ปัทมะ
    • 圣像
    • พระเมตไตรย
    • สังสารจักร
    • มังคลลักษณ์
  • ดาวน์โหลด 
    • ดาวน์โหลดบทสวดมนต์ mp3
    • ดาวน์โหลดภาพพระพุทธเจ้า ฯลฯ
    • ดาวน์โหลดหนังสือธรรมมะ
  • ติดต่อเราwith us
    • เกี่ยวกับเว็บไซด์
    • ประกาศ
เรื่องแนะนำ
พระเศวตธนปติ จัมปากาลา :             พระเศวตธนปติ มีอีกนามว่า "จัมปากาลา" (จัมฮากาปอ) ทรงเป็นนิมาณกาย จากพระเมตตากรุณาของพระอวโลกิเตศวร ทั้งยังเป็น ๑ ...
พระวัชรสัตวะ : moziK/Hundred-Syllable Mantra-80.mp3     พระวัชรสัตวะหรือพระวัชรมหาสัตวะทรงเป็นทุติยาจารย์ในนิกายมนตรยานจะเป็นรองเพียงแต่ปฐมาจารย์...
มหามยุรีวิทยาราชา :       ความจาก “มหามยุรีวิทยาราชาสูตร” แสดงไว้ว่า “สมัยหนึ่งมีภิกษุรูปหนึ่งถูกงูกัด พระอานนท์นำความกราบบังคมทูลพระผู้มีพระภาค ครานั...
พระไภษัชยคุรุตถาคตพุทธเจ้า :           พระไภษัชยคุรุตถาคตพุทธเจ้า भैषज्यगुरु เป็นพระพุทธเจ้าที่สำคัญพระองค์หนึ่งในพระพุทธศาสนาอุตตรน...
พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ :       พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ (मञ्जुश्री) หรือ “มัญชุศิริมหาสัตวะ” ทรงเป็น ๑ ใน ๔ อัครมหาโพธิสัตว์แห่งพระพุทธศาสนาม...
พระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์ :       ในอดีตกาลอันนับประมาณมิได้  มีนางพราหมณีผู้หนึ่ง  มารดามีมิจฉาทิฐิ  ก่อกรรมกระทำบาปเป็นเนืองนิตย์  ...
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร :       พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรหรือพระโพธิสัตว์กวนอิม 《观世音菩萨》เป็นหนึ่งในพระโพธิสัตว์ทั้งปวงที่มีกล่าวถึงในพระพุทธศาสน...
พระปัญจทิศพุทธเจ้า :         พระปัญจทิศพุทธเจ้า  คือพระพุทธเจ้าทั้ง ๕ พระองค์ตามนัยแห่งพระพุทธศาสนานิกายอุตตรนิกาย  ซึ่ง...
พระจุณฑิมหาโพธิสัตว์ :     พระจุณฑิมหาโพธิสัตว์  เป็นพระโพธิสัตว์ที่สำคัญมากที่สุด  องค์หนึ่งในพุทธศาสนาอุตตรนิกาย  และยังถือเป็...

พระจุณฑิมหาโพธิสัตว์

วันพฤหัสบดีที่ 08 ตุลาคม 2009 เวลา 01:30 น. q1133 0 คอมเมนต์คอมเมนต์ ประวัติบุคคลในพุทธศาสนา - พระโพธิสัตว์และธรรมบาล
อีเมล
Tweet
Share

 

 

พระจุณฑิมหาโพธิสัตว์  เป็นพระโพธิสัตว์ที่สำคัญมากที่สุด  องค์หนึ่งในพุทธศาสนาอุตตรนิกาย  และยังถือเป็นพระโพธิสัตว์ที่มีคนรู้จักมากที่สุดองค์หนึ่งด้วย หลายคนไม่เข้าใจ  เมื่อเห็นภาพของพระจุณฑิมหาโพธิสัตว์  สำคัญผิดคิดว่าเป็นพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์  การที่บางแห่งกล่าวว่าพระจุณฑิมหาโพธิสัตว์ทรงเป็นนิรมาณกายหนึ่งของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร  ทั้งนี้เพราะนี่เป็นความเชื่อพระพุทธศาสนามหายานนิกายฌาน (นิกายเซน)  ขณะที่นิกายอื่นถือว่าพระจุณฑิมหาโพธิสัตว์  และพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร  ไม่ใช่องค์เดียวกัน

พระจุณฑิมหาโพธิสัตว์  ทรงมีพระนามเต็มว่า  “จุณฑิสัปตโกฏิพุทธภควตี”  ทรงเป็นพุทธมารดาแห่งพระพุทธเจ้าในตรีกาล (กาลทั้ง ๓ คือ  อดีต,  ปัจจุบัน  และอนาคต) พระองค์ทรงมีบุญมีบารมีพ้นประมาณ  อิทธิฤทธิ์สูงส่ง  สามารถยังให้สรรพชีวิตสมปรารถนาได้  ไม่ว่าจะเป็นด้านโลกียะหรือโลกุตตระ

ในการสร้างรูปเคารพของพระจุณฑิมหาโพธิสัตว์นั้น  มีตั้งแต่ปางที่มี ๒, ๔, .... จนกระทั่งถึง ๘๔ พระกร  รวมทั้งสิ้น ๙ ปาง  แต่โดยทั่วไปแล้วจะพบปางที่มี ๓ พระเนตร ๑๘ พระกรมากที่สุด  ในคัมภีร์ “สัปตโกฏิจุณฑิมหาประภาธารณีสูตร”  ได้พรรณนาวิธีการวาดภาพ  พระจุณฑิมหาโพธิสัตว์ปาง ๑๘ กรไว้  ความว่า  “ก่อนจะทำการวาด  ให้ชำระร่างกายให้สะอาด  จากนั้นสมาทานอุโบสถศีล ...” และยังได้อธิบายลักษณะของพระกรทั้ง ๑๘ ไว้ดังนี้

“ ทรงมีพระฉวีมีสีขาวเหลือง มี ๓ พระเนตร ฉลองพระองค์ภูษาสีขาวลายกงล้อพระธรรมจักร รอบพระวรกายเปล่งประกายพระรัศมี ทรงมี ๑๘ พระกรโดยที่ ๒ พระหัตถ์ตรงกลางกระทำจุณฑิมุทรา โดยที่พระหัตถ์ขวาที่เหลือทั้ง ๘ กระทำประทานพรมุทรา, ทรงพระขรรค์, ประคำ, ผลไม้, ขวาน, คชกุศ, วัชระ  และมงกุฏ  ส่วนพระหัตถ์ด้านซ้ายทรงฉัตร, ดอกบัว, คนโท, ปาศะ (บ่วงบาศ), ธรรมจักร, สังข์, แจกัน  และคัมภีร์มหาปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร …”

“ทรงประทับอยู่เหนือปัทมอาสน์  ท่ามกลางมหาสมุทร  โดยมีพญามังกร รองรับปัทมอาสน์นั้นอยู่  หน้าพระพักตร์ประดิษฐานกระถางสุคันธบูชา ...”

คัมภีร์ “เศวตมณีมุขบท” ได้ให้อรรถาธิบายลักษณะของพระจุณฑิมหาโพธิสัตว์ไว้ความว่า

“ ๓ พระเนตร หมายถึง พุทธจักษุ, ธรรมจักษุ และปัญญาจักษุ  ทั้งยังหมายถึง  พระวินัย, พระสูตร และพระอภิธรรม 

พระฉวีขาวเหลือง  สีเหลืองคือแผ่นดิน  อันหมายถึงสมาธิอันมั่นคงไม่หวั่นไหวดุจพื้นปฐพี  สีขาวหมายถึงท้องน้ำ  อันหมายถึงพระปัญญาคุณที่ไร้ประมาณดุจมหาสมุทร 

ฉลองพระองค์ภูษาสีขาวลายกงล้อพระธรรมจักร  สีขาวหมายถึง  ความบริสุทธิ์  ลายกงล้อพระธรรมจักรหมายถึง  การหมุนไปแห่งกงล้อพระธรรมจักร  เพื่อแปรเปลี่ยนกิเลสให้เป็นพระโพธิญาณ

พระวรกายทอแสงพระรัศมีส่องสว่างไปทุกทิศ  หมายถึง  การยังแสงแห่งปัญญาให้ส่องสว่างไปยังทศทิศ  กำจัดเสียซึ่งความมืดมิดแห่งอวิชชา

พระหัตถ์ทรงถือหอยสังข์สีขาว  สีขาวหมายถึงความบริสุทธิ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณ  เสียงจาก (การเป่า) หอยสังข์  หมายถึงเสียงแห่งการประกาศธรรมอันยิ่งใหญ่ เพื่อประโยชน์แห่งสรรพชีวิต ...”

  ในคัมภีร์ “ปรัชญาปารมิตาศาสตรา” ซึ่งนิพนธ์โดย “พระนาคารชุนมหาโพธิสัตว์”  อธิบายความหมายองค์ธรรม ๑๘ ประการแห่ง  พระกรทั้ง ๑๘ ของพระจุณฑิมหาโพธิสัตว์  ไว้ดังนี้ 

 ๑. การไร้แล้วซึ่งอกุศลกรรมทางกาย 

๒. การไร้แล้วซึ่งอกุศลกรรมทางวาจา 

๓. การไร้แล้วซึ่งอกุศลกรรมทางใจ 

๔. การไร้แล้วซึ่งมานะ

๕. การไร้แล้วซึ่งความไม่สงบแห่งจิต 

๖. การเป็นอนาคาริก (ผู้ไม่ครองเรือน) 

๗. ความเป็นผู้มีฉันทะมิรู้สิ้น 

๘. ความเป็นผู้มีวิริยะมิรู้สิ้น 

๙. ความเป็นผู้มีการภาวนามิรู้สิ้น 

๑๐. ความเป็นผู้มีปัญญามิรู้สิ้น 

๑๑. ความเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยความหลุดพ้น (วิมุตติ) มิรู้สิ้น 

๑๒. ความเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิมุตติญาณทัศนะมิรู้สิ้น 

๑๓. ความเป็นผู้มีกายกรรมทั้งปวงอันเกิดแต่ปัญญา 

๑๔. ความเป็นผู้มีวจีกรรมทั้งปวงอันเกิดแต่ปัญญา 

๑๕. ความเป็นผู้มีมโนกรรมทั้งปวงอันเกิดแต่ปัญญา 

๑๖. ความเป็นผู้มีปัญญาอันไร้เครื่องกีดขวางในอดีตชาติ 

๑๗. ความเป็นผู้มีปัญญาอันไร้เครื่องกีดขวางในอนาคตชาติ  และ 

๑๘. ความเป็นผู้มีปัญญาอันไร้เครื่องกีดขวางในปัจจุบันชาติ

 

ในคัมภีร์ “จุณฑิธารณีสูตร”  แสดงไว้ว่า  พระพุทธองค์ทรงรำลึกอนาคตกาลว่า  สืบไปภาคหน้าสรรพชีวิตจักหนาแน่นไปด้วยอกุศล  อันจะนำมาซึ่งภัยและความทุกข์ยากเป็นอันมาก  ด้วยพระมหากรุณาธิคุณต่อมวลสรรพชีวิต  จึงทรงเข้าสมาธิอันมีนามว่า “จุณฑิสมาธิ”  จากนั้นจึงทรงแสดง  คาถาที่พระพุทธองค์ในอดีตอันมีจำนวนถึง ๗ โกฏิได้เคยแสดงไว้ 

 นั่นก็คือคาถาอันมีนามว่า “จุณฑิธารณี” ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤตดังนี้ 

 “นะมะฮ์  สัปตะนัม  สัมมาสัมพุทธายะ  โกฏินัม  ตะทะยะธา  อม  จเล  จุเล  จุณเฑ  สวาหา”

 โดยถ้าออกเสียงตามสำเนียงจีนกลางจะได้ว่า

“นำมอ  สะตอนัน  ซำเมียวซำพุทธอ  จฺวีจือนัน  เตยยาทา  อม  เจอลี  จุลี  จุณที  ซอพอเฮอ”

 (การออกเสียงบางแห่งอาจต่างไปจากนี้  ไม่ใช่สาระสำคัญ  เพราะสาระสำคัญไม่ใช่การออกเสียง  หากแต่อยู่ที่ใจของผู้ที่สวดเป็นสำคัญ)

 คาถา “จุณฑิธารณี” นี้  แบ่งออกเป็น ๒ ส่วนคือ

 ท่อนแรกคือบทนมัสการ  พระพุทธเจ้าทั้ง ๗ โกฏิ  คือ  นะมะฮ์  สัปตะนัม  สัมมาสัมพุทธายะ  โกฏินัม (นำมอ  สะตอนัน  ซำเมียวซำพุทธอ  จฺวีจือนัน)  และ

 ท่อนหลังคือ  ตัวคาถา  หรือที่เรียกว่า “หฤทัยคาถา”  คือ   ตะทะยะธา  อม  จเล  จุเล  จุณเฑ  สวาหา (เตยยาทา  อม  เจอลี  เจอลี  จุณที  ซอพอเฮอ)  หรือ อม  จเล  จุเล  จุณเฑ  สวาหา ( อม  เจอลี  เจอลี  จุณที  ซอพอเฮอ)

คาถา “จุณฑิธารณี” นี้  ต่างจากคาถาอื่นๆ  กล่าวคือผู้สวดไม่ต้องเตรียมตัว  หรือเตรียมการใดๆก่อนสวด  สวดได้ทุกที่ทุกสถานการณ์  ผู้ใดหมั่นสวดสาธยาย  สติปัญญาเพิ่มพูน  ทรัพย์สินบริบูรณ์  พ้นจากภยันตรายทั้งปวง  อายุยืนนานร่างกายแข็งแรง  เป็นที่เคารพยำเกรงต่อมนุษย์, อมนุษย์, เทพยดาทั้งหลาย  ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้  มนุษย์, อมนุษย์, ภูตผี, เทพ, อาวุธ, ยาพิษ, โจร, สัตว์ร้าย, ขุนนาง ฯลฯ ไม่อาจทำอันตราย สวดครบ ๔ แสน ๖ หมื่นจบ  จักได้พบพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ในความฝัน  สวดครบ ๑ ล้านจบ เมื่อสิ้นอายุขัย  จักสามารถท่องเที่ยวไปยังพุทธเกษตรทั้งทศทิศ

คาถา “จุณฑิธารณี” นี้  มีอุปเท่ห์มากมาย พรรณนาได้มิรู้สิ้น  บัดนี้จักสาธกเล็กน้อยพอเป็นแนวทาง  มาตรว่าเพาะปลูกได้ผลผลิตไม่ดี  ใช้คาถานี้เสกน้ำรด  พืชพรรณงอกงาม  แม้ต้นไม้ที่ยืนต้นตายก็สามารถฟื้นคืน  มาตรว่ามีคนป่วย หรือรู้สึกว่ามีวิญญาณร้ายคอยรบกวน  ให้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระจุณฑิมหาโพธิสัตว์  แล้วนำเมล็ดผักกาดขาวมามาเล็กน้อย  เสกด้วยคาถานี้แล้วจุดไฟ  จากนั้นนำไปวางไว้ใกล้คนป่วยหรือที่ๆคิดว่ามีผีอยู่  จักช่วยสลายโรคร้าย  ขับไล่สิ่งอวมงคล  มาตรว่าเกิดภัยธรรมชาติหรือโรคระบาด  ให้นำข้าวสารมาเสกด้วยคาถานี้  แล้วสาดไปรอบๆบริเวณ  มาตรว่าปวดท้อง  ให้นำน้ำสุกอุ่นผสมเกลือเล็กน้อย  เสกด้วยคาถานี้ ๒๑ จบ  แล้วนำมาดื่ม  มาตรว่าพบสัตว์กำลังถูกฆ่าหรือทำร้าย  ถ้าไม่มีทางช่วย  ให้ภาวนาคาถานี้จักช่วยให้สัตว์เหล่านั้นเจ็บปวดลดน้อยลงได้  แม้ว่าสัตว์นั้นต้องตายลง  ก็จะไปบังเกิดในสุคติภูมิ  มาตรว่าเห็นคนกำลังจะทำบาปภาวนาคาถานี้จะช่วยให้เขาเหล่านั้นกระทำการไม่สำเร็จ ฯลฯ

หลายคนอาจสงสัยว่าคาถา “จุณฑิธารณี” ได้ผลจริงหรือไม่ ?

คาถาและธารณีทั้งปวงในพุทธศาสนา  เป็นสิ่งที่มีจริงและสัมผัสได้จริง  แต่ต้องอาศัยองค์ประกอบคือศรัทธา ,มหากรุณา  และปัญญา  ศรัทธาคือความเชื่อ กล่าวคือเชื่อมั่นว่าได้ผลจริง  มหากรุณาคือ  ความปรารถนาเพื่อให้สรรพชีวิตพ้นจากความทุกข์  กล่าวคือพ้นจากอบาย, ความอดอยาก, ทุกข์ยาก, โรคภัย ฯลฯ  ว่าถ้าสวดด้วยความเห็นแก่ตัว  ความโลภ  เพื่อให้ตนครอบครัวของตนหรือพวกพ้องของตน  ร่ำรวย, อายุยืน  ก็จะได้ผลช้า  และได้ผลน้อย  ในด้านของการเจริญภาวนา  การสวดคาถาธารณี  ถือเป็นการเจริญภาวนาอย่างหนึ่ง  โดยเมื่อจะเจริญภาวนา   ควรจะอยู่ในที่สงัด  จินตภาพถึงพระจุณฑิมหาโพธิสัตว์ในลักษณะดังที่กล่าวมาข้างต้น   กระทำ "จุณฑิมุทรา" แล้วทำการสาธยายคาถา “จุณฑิธารณี”  เมื่อนานวันเข้ามีความชำนาญภาพจะแจ่มชัดขึ้น  จากพระโพธิสัตว์ที่เป็นเพียงภาพวาดหรือรูปเคารพ  เราจะสามารถสัมผัสพระโพธิสัตว์ได้จริงๆ  โดยไม่ใช่แค่การจินตนาการหรือมโนภาพในความฝัน 

อนึ่ง “จุณฑิธารณี” ได้ชื่อว่า “ราชันย์แห่งมนตรา” ด้วยพระมหาปณิธานแห่งพระจุณฑิมหาโพธิสัตว์  “จุณฑิธารณี” นี้จักครอบคลุมสรรพมนตร์ทั้งปวง  บรรดามนตร์ที่มีในสรรพโลกธาตุ “จุณฑิธารณี” นี้เป็นเอก  ไม่มีมนตร์อื่นใดยิ่งกว่า  มาตรว่าชนใดจักสาธยายมนตร์ใดๆก็ตาม  หากไม่สามารถจดจำได้หมด  หรือไม่อาจสาธยายด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม  พึงรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระจุณฑิมหาโพธิสัตว์  แล้วสาธยาย “จุณฑิธารณี” นี้ ด้วยพระมหาปณิธานจะยังให้ “จุณฑิธารณี” แปรเปลี่ยนเป็นมนตร์ต่างๆดังประสงค์  และมีผลานิสงส์ดังปรารถนาทุกประการ  “จุณฑิธารณี” นี้ ได้นามว่า “มโนรสมนตรา” ด้วยเหตุที่ว่าจะสามารถยังให้สรรพชีวิตทั้งปวงสมปรารถนาทั้งทางโลกและทางธรรม  โดยไร้แล้วซึ่งเครื่องกีดขวางทั้งปวง

พระรัศมีของพระจุณฑิมหาโพธิสัตว์  เป็นรัศมีสีดั่งท้องฟ้า  เมื่อเสกคาถาไปที่น้ำ, ข้าวสาร หรือเมล็ดมัสตาร์ดขาว  ให้จินตภาพว่ารัศมีแห่งพระจุณฑิมหาโพธิสัตว์  ได้แทรกซึมลงไปในวัตถุดังกล่าว  และพัฒนาไปเป็นลำดับจนกระทั่งจินตภาพว่าพระรัศมีอันเรืองโรจน์แผ่ไพศาลไปทั่วทั้งอนันตมหาจักรวาล  ยังให้สรรพชีวิตทุกภพภูมิหลุดพ้นจากวัฏฏะสงสาร

"เพื่อผู้อื่นหรือเพื่อสรรพชีวิต"   นี่คือหัวใจแห่งพระพุทธศาสนา  และพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบรมศาสดา  พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย  คุณทำได้  ทุกคนทำได้  ไม่มีเหตุที่จะทำไม่ได้  เว้นแต่จะไม่ทำ  คนมีความสามารถและคนทำกุศลในโลกนี้มีไม่น้อย  แต่ที่จะทำเพื่อคนอื่น  เพื่อสรรพชีวิต ...  นับวันยิ่งจะเหลือน้อยลงทุกที ...

 

“ก้มกราบสุสิทธิเป็นสรณะ                        น้อมเศียรบังคมสัปตโกฏิ 

บัดนี้ข้าฯ สรรเสริญมหาจุณฑิ          พระปณิธานเมตตาคอยคุ้มครอง”

 

พระนาคารชุนมหาโพธิสัตว์

q1133.com

๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒

 

 

 


 

 

 

 

****อย่างไรก็ตามหากท่านใดสนใจในเรื่องเกี่ยวกับการภาวนาคาถาธารณี  สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่บทความเรื่อง “มหากรุณาธารณีสูตร (ฉบับภาษาสันสกฤต) ”

 

   

 

 

 

 

< ย้อนกลับ   ถัดไป >

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ส่ง
ยกเลิก
JComments

สมัครรับข่าวสารเว็บไซด์

ชื่อ:

อีเมล:

ทำเนียบวัดมหายานและวัชรยานในประเทศไทย

ดาวน์โหลดบทสวดมนต์ mp3

 

ดาวน์โหลดหนังสือธรรมมะ

เรื่องล่าสุด

  • เที่ยววัดบวรฯ
  • พระเศวตธนปติ จัมปากาลา
  • การภาวนาคาถาและธารณี
  • โมโห
  • พยายาม
  • ดี
  • การบำเพ็ญธรรม

อัลบั้มภาพ

PREV
NEXT
สุขาวดีโลกธาตุ นางดาราเขียว จัมปาลา
พระวัชรสัตวะ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์
พระคุรุปัทมสัมภวะ พระศากยมุนีตถาคตพุทธเจ้า พระศากยมุนีตถาคตพุทธเจ้า
http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/8654343_100502213057.jpg

สุขาวดีโลกธาตุ

พุทธเกษตรทั้งปวงเหมือนกันหมด อาจจะต่างกันเล็กน้อยตามพระปณิธานของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ แต่เนื้อแท้แล้วเหมือนกัน แต่เพราะสรรพชีวิตมีอุปาทาน จึงมองเห็นว่าต่างกัน จริงๆ แล้วไม่ต่างกัน See details

http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/129515002.jpg

นางดาราเขียว

นางดาราเขียว See details

http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/232386003.jpg

จัมปาลา

จัมปาลา See details

http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/211894004.jpg

พระวัชรสัตวะ

พระวัชรสัตวะหรือพระวัชรมหาสัตวะทรงเป็นทุติยาจารย์ในนิกายมนตรยานจะเป็นรองเพียงแต่ปฐมาจารย์พระไวโรจนตถาคตพุทธเจ้าเท่านั้น นัยหนึ่งนั้น ท่านเป็นนิรมาณกายแห่งพระสมันตภัทรราชย์ตถาคตพุทธเจ้า See details

http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/126257005.jpg

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

      พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรหรือพระโพธิสัตว์กวนอิม 《观世音菩萨》เป็นหนึ่งในพระโพธิสัตว์ทั้งปวงที่มีกล่าวถึงในพระพุทธศาสนาอุตตรนิกาย (อันหมายถึงนิกายฝ่ายเหนือซึ่งกินความหมายรวมทั้งมหายานและวัชรยาน) ทั้งยังอาจกล่าวได้ว่าเป็นพระโพธิสัตว์ที่มีคนรู้จักมากที่สุดนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่ว่าคนๆนั้นจะนับถือศาสนาใดก็ตาม คำว่า “อวโลกิเตศวร” นั้น มาจากภาษาสันสกฤตว่า  “อวโลกิเตศวระ” (Avalokitesvara  अवलोकितेश्वर ) เกิดจากการรวมกันของคำ 3 คำคือ  คำว่า “อวะ” (แปลว่า “ลงสู่โลกแห่งสามัญ”  อันหมายถึง  วัฏฏะสงสาร) , คำว่า  “โลกิตะ” (คำนี้แปลความหมายถึงกิริยาที่คอยติดตามเฝ้าดู) และ คำว่า “อิศวระ” (แปลว่า “ ผู้เป็นใหญ่ ” See details

http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/965610006.jpg

พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์

      พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ (मञ्जुश्री) หรือ “มัญชุศิริมหาสัตวะ” ทรงเป็น ๑ ใน ๔ อัครมหาโพธิสัตว์แห่งพระพุทธศาสนามหายาน อันประกอบไปด้วย พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ (มหากรุณา), พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ (มหาปัญญา), พระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์ (มหาปณิธาน) และพระสมันตภัทรมหาโพธิสัตว์ (มหากิริยา) ทั้งยังเป็น ๑ ใน ๘ อัครมหาโพธิสัตว์แห่งพระพุทธศาสนาวัชรยาน ทรงเป็น ๑ ใน ๓ มหาบุรุษแห่ง “พุทธาวตังสกโลกธาตุ” และยังเป็นอัครสาวกข้างซ้ายฝ่ายพระโพธิสัตว์แห่งพระศากยกมุนีพุทธเจ้าอีกด้วย   ใน See details

http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/453782007.jpg

พระคุรุปัทมสัมภวะ

พระคุรุปัทมสัมภวะ See details

http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/325852008.jpg

พระศากยมุนีตถาคตพุทธเจ้า

พระศากยมุนีตถาคตพุทธเจ้า See details

http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/361070009.jpg

พระศากยมุนีตถาคตพุทธเจ้า

พระศากยมุนีตถาคตพุทธเจ้า See details

เรื่องเด่น

เรียนภาษาจีน ตอนที่ 14

      电视 dian4shi4 โทรทัศน์ 气象 qi4xiang4 อากาศ 报告 bao4gao4 ประกาศ 气象报告 พยากรณ์อากาศ 青天 ฟ้าแจ้ง, ฟ้าใส 阳光 yang2guang1 แสงแดด 热 re4...

Be the first to comment! |

  • โต่วแผะ ฯลฯ

          ถาม ๑. เซียงไฉท้งจื่อศิลปะ…

  • พระอวโลกิเตศวร

              หลายคนนั้น มีความเข้าใจ…

  • เทียนไข

            มีผู้หญิงคนหนึ่งพึ่งย้ายมา…

  • แตนต่อย

          moziK/13.mp3     ถาม – โด…

  • เรียนภาษาจีน ตอนที่ 4

              ตอบคำถามนะครับ&nbs…

  • พระไตรปิฎกมหายาน ฉบับเฉียนหลงฮ่องเต้ (ภา…

    พระไตรปิฎกมหายาน ฉบับเฉียนหลงฮ่องเต้…

  • การสวดมนต์ตามนัยมหายานและวัชรยาน

      moziK/ys.mp3       ถาม - ช่วยใ…

  • การกินเจตามนัยแห่งพุทธศาสนามหายาน

    ที่มาของการกินเจนั้นก็มีต่างๆกันไปตามแต่…

  • ปีชง 2555

            ถาม   เชื่อเรื่องปีชงมั้…

  • ฉอักขรประภาคาถา

        เพลงนี้ หลายคนคงเคยฟังมาแล้ว …

  • นาฬิกา

             พ่อทำนาฬิกาหาย หายัง…

เรื่องที่มีผู้เข้าชมสูงสุด 5 อันดับ

  • รวมบทสวดมนต์ mp3 ฯลฯ
  • “รับธรรม” และ “หมีเล่อเจินจิง” 弥勒真经
  • เพลงบรรเลงไต่ปุยจิ่ว
  • พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์
  • พระไภษัชยคุรุตถาคตพุทธเจ้า
  • พระไภษัชยคุรุ
  • พระปัญจทิศ
  • มหามยุรี
  • พระมัญชุศรี
  • พระกษิติครรภ
  • พระอวโลกิเตศวร
  • จุณฑิโพธิสัตว์
  • อมิตายุสูตร
  • มหากรุณาธารณี
  • วิจิกิจฉา
  • กินเจ
  • ศีล
  • แมวน้อยสร้างบ้าน
  • วาสนา
  • เรื่องเล่าวันวิสาขะ
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว?
  • พุทธศาสนาในยุคปัจจุบัน
  • สิ่งที่พึงตระหนัก
  • ทำนองการสวดมนต์
  • รับธรรม
  • สังคมไร้หลัก
  • ความทุกข์ ความสุข ความตาย
  • ความเสื่อมของพุทธศาสนา
  • มองโลกในแง่ร้าย?

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์

© 2011 - 2012 By Mahapadma.org. All rights reserved. สงวนลิขสิทธิ์ พุทธศักราช ๒๕๕๔ - ๒๕๕๕ โดย Mahapadma.org.
Powered by Mahapadma.org



  • ลืมรหัสผ่าน?
  • ลืมชื่อเข้าใช้งาน?