Mahapadma.org joomla templates

Tools
A+ R A- wide normal
Login
  • Skip to content
sporter.com » Home » บุคคลในพุทธศาสนา » พระโพธิสัตว์และธรรมบาล » พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์
  • หน้าแรกsummary
  • บุคคลในพุทธศาสนา 
    • พระพุทธเจ้า
    • พระโพธิสัตว์และธรรมบาล
  • พระสูตรและพระคัมภีร์ 
    • คัมภีร์เถรวาท
    • คัมภีร์มหายาน
    • บทสวดมนต์
  • สาระในพุทธศาสนา 
    • หลักธรรม
    • นิทานธรรม
    • สาระน่ารู้ในพระพุทธศาสนา
    • ประวัติศาสตร์พุทธศาสนา
    • พุทธศิลป์
    • ปุจฉา - วิสัชนา
    • ทำเนียบวัดมหายานและวัชรยานในประเทศไทย
    • 生命電視
    • 如来藏讲堂
    • เรียนภาษาจีน
  • คลังภาพ 
    • q1133_wallpaper.
    • พระกษิติครรภฯ
    • พระไภษัชยคุรุฯ 1
    • พระไภษัชยคุรุฯ 2
    • จัมปาลา
    • บุญเขต
    • ตารามาตา
    • 35 Buddhas
    • พระสมันตภัทรฯ
    • พระคุรุปัทมสัมภวะ
    • พระมัญชุศรีโพธิสัตว์
    • พระมหาบุรุษ
    • ภาพทังกะในพระตำหนักยงเหอ 1
    • ภาพทังกะในพระตำหนักยงเหอ 2
    • พระอวโลกิเตศวร 1
    • พระอวโลกิเตศวร 2
    • พระอวโลกิเตศวร 3
    • พระอวโลกิเตศวร 4
    • พระวัชรสัตวะ
    • พระมหาไวโรจนตถาคตพุทธเจ้า
    • มหาอัฏฐมังคลวัสตุ
    • ธวัช ฉัตร ธง
    • มหามยุรีวิทยาราชา
    • ส.ค.ส. ๒๕๕๔
    • ปทุมชาติ
    • ปัทมะ
    • 圣像
    • พระเมตไตรย
    • สังสารจักร
    • มังคลลักษณ์
  • ดาวน์โหลด 
    • ดาวน์โหลดบทสวดมนต์ mp3
    • ดาวน์โหลดภาพพระพุทธเจ้า ฯลฯ
    • ดาวน์โหลดหนังสือธรรมมะ
  • ติดต่อเราwith us
    • เกี่ยวกับเว็บไซด์
    • ประกาศ
เรื่องแนะนำ
พระเศวตธนปติ จัมปากาลา :             พระเศวตธนปติ มีอีกนามว่า "จัมปากาลา" (จัมฮากาปอ) ทรงเป็นนิมาณกาย จากพระเมตตากรุณาของพระอวโลกิเตศวร ทั้งยังเป็น ๑ ...
พระวัชรสัตวะ : moziK/Hundred-Syllable Mantra-80.mp3     พระวัชรสัตวะหรือพระวัชรมหาสัตวะทรงเป็นทุติยาจารย์ในนิกายมนตรยานจะเป็นรองเพียงแต่ปฐมาจารย์...
มหามยุรีวิทยาราชา :       ความจาก “มหามยุรีวิทยาราชาสูตร” แสดงไว้ว่า “สมัยหนึ่งมีภิกษุรูปหนึ่งถูกงูกัด พระอานนท์นำความกราบบังคมทูลพระผู้มีพระภาค ครานั...
พระไภษัชยคุรุตถาคตพุทธเจ้า :           พระไภษัชยคุรุตถาคตพุทธเจ้า भैषज्यगुरु เป็นพระพุทธเจ้าที่สำคัญพระองค์หนึ่งในพระพุทธศาสนาอุตตรน...
พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ :       พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ (मञ्जुश्री) หรือ “มัญชุศิริมหาสัตวะ” ทรงเป็น ๑ ใน ๔ อัครมหาโพธิสัตว์แห่งพระพุทธศาสนาม...
พระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์ :       ในอดีตกาลอันนับประมาณมิได้  มีนางพราหมณีผู้หนึ่ง  มารดามีมิจฉาทิฐิ  ก่อกรรมกระทำบาปเป็นเนืองนิตย์  ...
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร :       พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรหรือพระโพธิสัตว์กวนอิม 《观世音菩萨》เป็นหนึ่งในพระโพธิสัตว์ทั้งปวงที่มีกล่าวถึงในพระพุทธศาสน...
พระปัญจทิศพุทธเจ้า :         พระปัญจทิศพุทธเจ้า  คือพระพุทธเจ้าทั้ง ๕ พระองค์ตามนัยแห่งพระพุทธศาสนานิกายอุตตรนิกาย  ซึ่ง...
พระจุณฑิมหาโพธิสัตว์ :     พระจุณฑิมหาโพธิสัตว์  เป็นพระโพธิสัตว์ที่สำคัญมากที่สุด  องค์หนึ่งในพุทธศาสนาอุตตรนิกาย  และยังถือเป็...

พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 08:29 น. ธัมมปาณี 0 คอมเมนต์คอมเมนต์ ประวัติบุคคลในพุทธศาสนา - พระโพธิสัตว์และธรรมบาล
อีเมล
Tweet
Share

 

 

 

พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ (मञ्जुश्री) หรือ “มัญชุศิริมหาสัตวะ” ทรงเป็น ๑ ใน ๔ อัครมหาโพธิสัตว์แห่งพระพุทธศาสนามหายาน อันประกอบไปด้วย พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ (มหากรุณา), พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ (มหาปัญญา), พระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์ (มหาปณิธาน) และพระสมันตภัทรมหาโพธิสัตว์ (มหากิริยา) ทั้งยังเป็น ๑ ใน ๘ อัครมหาโพธิสัตว์แห่งพระพุทธศาสนาวัชรยาน ทรงเป็น ๑ ใน ๓ มหาบุรุษแห่ง “พุทธาวตังสกโลกธาตุ” และยังเป็นอัครสาวกข้างซ้ายฝ่ายพระโพธิสัตว์แห่งพระศากยกมุนีพุทธเจ้าอีกด้วย

 

ใน “มัญชุศรีมหาปรินิพพานสูตร” พระศาสดาทรงตรัสกับพระปิณโฑละว่า “อันมัญชุศรีผู้นี้ มากล้นไปด้วยมหากรุณา ถือกำเนิดในนครสาวัตถี ในตระกูลพราหมณ์มหาศาล เมื่อจะเกิดนั้น ในเรือนอุบัติซึ่งดอกบัว คลอดออกจากซอกแขนขวาแห่งมารดา ผิวกายสีม่วงทอง กอปรด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการและอนุพยัญชนะ ๘๐ ประการ สามารถพูดได้เมื่อแรกเกิด เกิดพร้อมด้วยขุมทรัพย์ทั้ง ๗ ทวยเทพเทวาอัญเชิญให้ออกบวช อาจารย์ทั้ง ๙๕ ลัทธิ มาเชื้อเชิญ แต่ไม่อาจโต้วาทะธรรม มีเพียงตถาคตจึงยอมออกบวชแสวงธรรม”

 นาม “มัญชุศรี” แปลว่า “มงคลวิเศษ” ที่ได้นามดังนี้ เพราะเมื่อถือกำเนิดนั้น บังเกิดศุภนิมิต ๑๐ ประการ คือ

 ๑. บังเกิดสายฝนโบกขรพรรษ,

๒. บังเกิดขุมทรัพย์ทั้ง ๗,

๓. ในยุ้งข้าวๆ สารกลายเป็นทองคำ,

๔. กลางเรือนมีดอกอุบลผุดขึ้น,

๕. บังเกิดแสงสว่างไปทั้งเรือน,

๖. ไก่ฟักไข่เป็นหงส์,

๗. ม้าออกลูกเป็นกิเลน,

๘. วัวออกลูกเป็นม้าอัสดร,

๙. หมูออกลูกเป็นมังกร,

๑๐. บังเกิดคชสาร ๖ งา

นอกจากนี้ยังแสดงอีกว่า เมื่อพระศาสดาทรงดับขันธปรินิพพานล่วงแล้ว ๔๕๐ ปี พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ทรงไปแสดงธรรมโปรดดาบสทั้ง ๕๐๐ ที่หิมาลัยบรรพต จากนั้นดาบสทั้ง ๕๐๐ ก็ติดตามพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ กลับมายังนครสาวัตถีบ้านเกิด พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ทรงประทับใต้ต้นนิโครธ เข้าอารยอุรชคมสมาธิมหาสมาบัติ จากนั้นเข้าเตโชกสิณ เปลวไฟลุกโพลงออกจากทุกรูขุมพระโลมา ดับขันธปรินิพพาน บังเกิดเป็นพระสรีรธาตุแก้วไพฑูรย์ โดยภายในแก้วไพฑูรย์เป็นทองคำ ประดิษฐานอยู่บนบุษบก ต่อมากษัตริย์ทั้ง ๘ แคว้น ได้ร่วมกันสร้างเจดีย์เพื่อประดิษฐานบนยอดเขาวัชระ

 ลักษณะแห่งพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ ทรงเป็นเทวกุมาร กระทำมวยพระเกศาเป็น ๕ เมาลี จึงได้นามว่า “ปัญจสิงขรมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์” พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์วัชระ เป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญา อันจักประหารซึ่งอวิชชาทั้งปวง พระหัตถ์ซ้ายทรงนิลุบล (บัวเขียว) ในดอกอุบลนั้นทรงไว้ซึ่งคัมภีร์มหาปรัชญาปารมิตา ทรงประทับบนประทุมชาติ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ อันปทุมชาตินั้นอยู่เหนือพญาสีหราช อันเป็นสัญลักษณ์แห่งพระเดชานุภาพ 

 คัมภีร์ “เฉทิกวัชรปรัชญาปารมิตา” ได้พรรณความนัยแห่งพระขรรค์วัชระแห่งพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ไว้ ความว่า “ปัญญาดุจดังวัชระ พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์คือนิรมาณกายแห่งพระปัญญาคุณ ทรงสั่งสอนสรรพชีวิตให้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ บัญฑิตพึงขวนขวายเพื่อรู้แจ้งในปวงคัมภีร์ ปัญญานั้นดั่งมหาสมุทร มีเพียงปัญญาเท่านั้น จึงจักสามารถแยกแยะผิดชอบ ละบาป บำเพ็ญบุญ หลีกลี้ปวงธุลี ชำระตนให้วิสุทธิ์ โปรดสรรพชีวิต เข้าถึงพระนฤพาน มีเพียงพระขรรค์นี้ จึงจะทำลายขันธ์ ๕ เข้าถึงอนัตตา รูปนามเป็นหนึ่ง ไม่แยกจากกัน เข้าถึงสมาธิ มีปกติเป็นสุข”

ใน “อารยอุรชคมสมาธินามมหายานสูตร” แสดงว่า แท้จริงพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ได้ตรัสรู้นานแล้ว โดยมีพระนามที่ “พระนาคพันธุ์อติราชตถาคตพุทธเจ้า” ครั้งหนึ่งพระศาสดาทรงตรัสว่า “การที่ตถาคตตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ อันกอปรด้วย มหาบุรุษลักษณะ ๓๒ อนุพยัญชนะ ๘๐ ประการ บารมีพ้นประมาณ โปรดสัตว์ทั้งทศทิศได้ ก็เป็นเพราะพระคุณแห่งพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์แต่เดิมคืออาจารย์แห่งเรา อดีตอันประมาณไม่ได้แห่งพระพุทธเจ้าอันประมาณมิได้ เราได้เป็นศิษย์แห่งพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ บัดนี้ตถาคตตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ดุจกุมารได้พบบิดรมารดา พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์คือบิดรมารดาของตถาคตโดยแท้” ใน “อารยอักโษภยสูตร” แสดงว่า “มงคลวิเศษมหาโพธิสัตว์ คือพุทธมารดาในตรีกาล (ตรีกาลคือ อดีต, ปัจจุบัน และอนาคต) นามว่าพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์” 

 

“พุทธาวตังสกสูตร โพธิสัตว์สถิตวรรค” แสดงว่า “หนอีสานมีมหาบรรพต นามว่าสีตบรรพต นับแต่อดีตภาคเป็นที่ประทับแห่งพระโพธิสัตว์นับประมาณไม่ได้ บัดนี้เป็นที่ประทับแห่งพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ อันแวดล้อมด้วยพระโพธิสัตว์อันมีคณนาได้หมื่น บัดนี้พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์มีปกติแสดงธรรมอยู่ ณ. ที่นั้น”

ใน “มัญชุศิริธรรมรัตนปิฎกธารณีสูตร” แสดงว่า สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคทรงตรัสกับพระคุหยปาทวัชระว่า “เมื่อตถาคตดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว ทางอีสานทิศแห่งชมพูทวีป มีแผ่นดินหนึ่งอันแวดล้อมแล้วด้วยมหาบรรพตทั้ง ๕ อันพระมัญชุศิริกุมารภูติทรงแสดงธรรมแก่สรรพชีวิตอยู่ ณ. ที่นั้น” โดยความในพระสูตรนี้ ทำให้ชาวจีนเชื่อว่า เขาอู่ไถ (อยู่ในมณฑลซันซีประเทศจีน) เป็นที่ประทับของพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์

ใน “มหากรุณาปุษปสูตร” แสดงว่า เมื่อสมัยที่พระอมิตาภตถาคตพุทธเจ้าทรงดำรงเป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชอยู่นั้น พระโอรสองค์ที่ ๓ แห่งพระเจ้าจักรพรรดิราชพระองค์นั้น ได้ตั้งมโนมหาปณิธาน ปรารถนาพระโพธิญาณ ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ต่อหน้าพระพักตร์พระรัตนปิฎกตถาคตพุทธเจ้า โดยเมื่อตนตรัสรู้นั้น ขอให้พุทธเกษตรมีขนาดเท่ากับตรีสหัสโลกธาตุ อันสำเร็จแล้วด้วยสรรพรัตนะอันวิจิตร ไร้ซึ่งอิตถีเพศและความทุกข์ทั้งปวง จากนั้นพระรัตนปิฎกตถาคตพุทธเจ้า จึงทรงมีพุทธพยากรณ์ว่า “ด้วยเหตุที่เธอมีมหากรุณาต่อสรรพชีวิต ปรารถนาโพธิญาณเห็นปานนี้ ตถาคตจักขนานนามเธอว่า มัญชุศรี เธอตรัสรู้แล้ว จะประทับ ณ. โลกธาตุหนทักษิณ อันมีนามว่า วิสุทธิวิมลรัตนะ เป็นพระตถาคตมีพระนามที่ สรรพทัศนตถาคตพุทธเจ้า” 

ใน “สมาธิสมุทรสูตร” แสดงว่า เมื่อพระศาสดาออกจากสมาธิแล้ว พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ทรงตรัสแก่ที่ประชุมว่า ในอดีตกาลนานไกล ในสมัยแห่งพระศาสนาของ “พระรัตนเตชตถาคตพุทธเจ้า” มีบุตรแห่งพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า “ศีลรักษ์” เมื่อคราวคลอดออกจากครรภ์มารดาก็เข้าถึงพระไตรสรณคมน์ จนเมื่ออายุได้ ๘ ปี พราหมณ์ผู้เป็นบิดาได้นิมนต์พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น มาเสวยภัตตาหารที่เรือนของตน เมื่อกุมารน้อยผู้นั้นได้พบพระผู้มีพระภาค ก็ได้เดินตามพระพุทธองค์ แล้วพบว่าทุกย่างพระบาทของพระผู้มีพระภาคนั้น จะเกิดดอกอุบลผุดขึ้น รองรับพระบาทของพระศาสดาไปทุกย่างก้าว ทั้งร่างกายแห่งพระศาสดาก็ยังมีลักษณะงดงามดุจมหาบุรุษ และยังทอแสงเรืองรองสว่างไสว กุมารได้เห็นบังเกิดจิตยินดี ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค เมื่อถวายบังคมพระสุคตแล้ว บาปกรรมแต่อดีตที่เคยมีมาในอนันต์ชาติ ก็มลายหายสิ้น  

นับแต่นั้นมา กุมารน้อยนั้นได้เวียนว่ายตายเกิดนับประมาณมิได้ ได้พบพระผู้มีพระภาคเป็นจำนวนนับได้อประไมยอสงไขยโกฏิ ทุกๆ ชาติล้วนมีนามว่า “จันทสมุทร” เมื่อกุมารน้อยได้กระทำการสักการะพระผู้มีพระภาคนั้น จิตได้บริบูรณ์ จักได้มีความบกพร่องแต่ประการไรๆ ก็หาไม่ พร้อมกันนั้นได้ระลึกพุทธลักษณ์แห่งพระตถาคตเจ้า ด้วยบุญบารมีที่สั่งสมมาอันประมาณมิได้ จึงได้เข้าถึงสมาบัติและมหาธารณีทั้งอประไมยอสงไขยกัลป์ ณ. กาลนั้น พระผู้มีพระภาคอันประมาณมิได้ ได้ปรากฏแต่เบื้องหน้า แสดงอนัตตลักขณธรรม ทันใดนั้นกุมารน้อยก็พลันบรรลุธรรม เข้าถึงอารยอุรชคมสมาธิมหาสมาบัติ

จากนั้นพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ จึงกล่าวสรุปว่า “กุมารน้อยในหนนั้น ก็คือเรามัญชุศรีในหนนี้” เมื้อสิ้นธรรมกถาแห่งพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ พระผู้มีพระภาคจึงตรัสแก่พระอานนท์ว่า “ดูกรอานนท์ เธอพึงทรงจำถ้อยคำแห่งพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ แล้วสาธยายประกาศให้แพร่ไป เพื่อว่าสรรพชีวิตในภายหลังจักได้รู้ว่า การรำลึก, การได้สักการะ ในพระตถาคตเจ้า มีคุณเห็นปานนี้ ผู้ใดกระทำได้เช่นนี้ ย่อมมีกุศลดังพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ทุกประการ จักแตกต่างอย่างไรก็หาไม่” นอกจากนี้ใน “มัญชุศรีมหาปรินิพพานสูตร” แสดงไว้ว่า มาตรว่าชนใด ได้ยินนาม หรือได้ยลรูปเคารพแห่งพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ ร้อยพันกัลป์ย่อมไม่ตกลงสู่อบาย มาตรว่ากระทำการรำลึกถึงพระนาม แม้กระทำกรรมหนัก ก็จะไม่ตกอเวจีมหานรก ทั้งจักยังมีปกติบังเกิดในวิสุทธิเกษตร ได้ฟังสัทธรรม เข้าถึงวิมุตติภาวะ

นิรมานกายแห่งพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์นั้น พุทธศาสนาวัชรยานและมหายานมีการกล่าวถึงมากมาย ๑ ในนั้นได้แก่ พระอาจารย์ จงเคอปา ผู้ก่อตั้งพุทธศาสนาวัชรยานนิกายเกลุก (นิกายหมวกเหลือง) ชาวจีนเชื่อว่าเขาอู่ไถเป็นที่ประทับของพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ มีเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ และภูเขาอู่ไถมากมาย โดยเรื่องมีเรื่องหนึ่งกล่าวว่าในสมัยราชวงศ์ถัง มีพระภิกษุได้พบพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ ซึ่งนั่นก็คือคือพระอาจารย์อู๋เจอะ

 

ในปีต้าหลี่ที่ ๒ (พ.ศ. ๑๓๑๐) พระอาจารย์อู๋เจอะได้จาริกไปยังเขาอู่ไถ โดยพำนักที่วัดหัวเอี๋ยน ๑ วัน ขณะที่เที่ยวชมเจดีย์ปัญญาอยู่นั้น เห็นนกมงคลบินผ่านมา โดยบินไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วันต่อมาก็เห็นลำแสงสีขาวพุ่งตรงมากจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือเช่นกัน ซึ่งทิศทางเป็นที่ตั้งของถ้ำวัชระ พระอาจารย์อู๋เจอะตื่นเต้น ปรารถนาจะพบพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ จึงเดินทางไปยังถ้ำวัชระ เมื่อไปถึงจึงกระทำการสักการะ แล้วนั่งสมาธิ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงคนกำลังจูงวัวมากินน้ำ เมื่อลืมตาจึงพบว่าเป็นตาแก่คนหนึ่งซึ่งใส่กางเกงขาสั้นและรองเท้าฟาง

พระอาจารย์อู๋เจอะลุกขึ้นทักทายถามว่า “นี่โยมมาจากไหนละ?”

ตาเฒ่าตอบว่า “ข้ามาจากนอกเขา มาหาเสบียงเอาไปใช้บนเขาอู่ไถ” แล้วถามพระอาจารย์อู๋เจอะกลับว่า “แล้วพระคุณเจ้ามาจากที่ไหน มาทำอะไรละ?”

พระอาจารย์อู๋เจอะตอบว่า “ได้ยินมาว่าที่นี่มีถ้ำวัชระ ก็เลยจะมานมัสการพระโพธิสัตว์”

จากนั้นตาเฒ่าบอกว่าที่นี่มีสถานที่สวยงาม จะพาพระอาจารย์ไปเที่ยวชม ว่าแล้วก็นำทาง พอเดินๆ ไปก็ไปเจอวัดแห่งหนึ่ง ตาเฒ่าตะโกนร้องเรียกก็มีเด็กมาเปิดระตูรับ

 

ในวัดนั้น พื้นทั้งหมดปูด้วยแก้วไพฑูรย์ สิ่งปลูกสร้างอาคารล้วนเป็นทองคำ งดงามราวกับไม่ใช่โลกมนุษย์ ตาเฒ่านั่งลงบนตั่งงาช้าง แล้วเชิญให้พระอาจารย์อู๋เจอะนั่งลงในที่ข้างๆ จากนั้นเด็กน้อยนำน้ำชามาต้อนรับ เมื่อดื่มแล้วพระอาจารย์อู๋เจอะรู้สึกสบายกายอย่างบอกไม่ถูก

พระอาจารย์อู๋เจอะจึงถามตาเฒ่า “เจริญพรขอถาม ธรรมสถานแห่งนี้ ใครเป็นผู้ดูแล?”

ตาเฒ่าตอบว่า “งูมังกรอยู่ปะปน อริยะปุถุชนอยู่ร่วมกัน”

พระอาจารย์อู๋เจอะถามต่อว่า “แล้วที่นี่มีคนพักอยู่กี่คน?”

ตาเฒ่าตอบว่า “หน้าสามสาม หลังสามสาม”

จากนั้นตาเฒ่าถามว่า “ตอนพระคุณเจ้าจะบวช ปรารถนาอะไร?”

พระอาจารย์อู๋เจอะตอบว่า “ปรารถนามหายานโพธิญาณ”

ตาเฒ่าถามว่า “ตอนนี้พระคุณเจ้าอายุเท่าไรแล้ว?”

พระอาจารย์อู๋เจอะตอบว่า “๓๐ แล้ว”

ตาเฒ่ากล่าวต่อว่า “พระคุณเจ้าจิตใจสะอาด พออายุ ๓๘ ก็จะดีแล้ว”

จากนั้นก็ให้พระอาจารย์อู๋เจอะรีบกลับ พอจะกลับ ตาเฒ่าก็กล่าวบทกลอนขึ้นมาลอยๆ ว่า “แค่จิตบริสุทธิ์คือโพธิ จากเม็ดทรายสรรค์สร้างเป็นเจดีย์ แท้จริงแล้วเจดีย์คือธุลี เพียงจิตสะอาดคือตรัสรู้”

จากนั้นเด็กน้อยจึงนำทางพระอาจารย์อู๋เจอะออกจากถ้ำวัชระ

พอมาถึงปากถ้ำ พระอาจารย์อู๋เจอะจึงถามเด็กน้อยว่า “ลืมถามไปว่า อารามเมื่อกี้ชื่อว่าอะไร?”

เด็กน้อยหัวเราะพลางถามพระอาจารย์อู๋เจอะว่า “แล้วถ้ำนี้เรียกว่าอะไรล่ะ?”

พระอาจารย์อู๋เจอะตอบว่า “ก็ถ้ำวัชระ”

เด็กน้อยถามต่อว่า “แล้วคำที่ต่อจากวัชระล่ะ?” พระอาจารย์อู๋เจอะตอบว่า “ก็...ปรัชญาปารมิตา (วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร)”

เท่านั้นเอง พระอาจารย์อู๋เจอะจึงคิดได้ว่า ที่แท้ตาเฒ่าคนนั้นก็คือนิรมาณกายของพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ พอจะหันมาพูดกับเด็กคนนั้น ก็พบว่าเด็กคนนั้นหายไปแล้ว จากนั้นก็พลันมีเสียงเด็กคนนั้นพูดว่า “ใบหน้าที่ไร้โทสะคือการบูชาที่แท้จริง คำพูดที่ไร้โทสะคือความหอมที่แท้จริง จิตที่ไร้โทสะถึงจะเป็นทรัพย์สมบัติที่แท้จริง บริสุทธิ์สะอาดคือความปกติที่แท้จริง” จากนั้นมาตาเฒ่า, เด็กน้อย และวัดปรัชญาปารมิตา ก็หายสาบสูญไป ต่อมาพระอาจารย์อู๋เจอะออกปลีกวิเวกที่เขาอู่ไถซัน และไม่เคยมีใครพบท่านอีกเลย

 

คาถามหาธารณีแห่งพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์นั้น มีมากมาย อาทิเช่น “พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์เอกอักขรคาถา”, “พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ปัญจอักขรคาถา”, “พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ฉอักขรคาถา”, “พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์อัฏฐอักขรคาถา” ๑ ในนั้น คาถาที่มีผู้รู้จักมากที่สุดคือ

 “พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ปัญจอักขรคาถา” หรือที่มีอีกชื่อว่า “พระปัญจสิงขรมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ปัญจอักขรคาถา” ซึ่งคาถามีดังนี้

 “อม อรา ปัญจะ นะ ติ”

คาถานี้หมั่นสวดสาธยาย จักช่วยให้มีปัญญาแตกฉาน สามารถแทงตลอดในพระสัทธรรม พ้นจากความไม่รู้และข้อสงสัยในอรรถและพยัญชนะแห่งพระสัทธรรมทั้งปวง เมื่อจะสาธยายนั้น ให้รำลึกถึงพระมหากรุณาแห่งพระปัญจสิงขรมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ จากนั้นตั้งปณิธาน จะสลายสิ้นซึ่งโมหะ, อวิชชา และวิจิกิจฉาแห่งสรรพชีวิตทั้งปวง เมื่อเวลาสาธยายพระคาถา ให้จินตภาพว่าพระปัญจสิงขรมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ทรงประทับอยู่เบื้องนภากาศ ทอแสงรัศมี สาดส่องสรรพชีวิต พระขรรค์วัชระ ประหารทำลายแล้วซึ่งโมหะ, อวิชชา และวิจิกิจฉาแห่งสรรพชีวิตทั้งปวง

 

 

14 กุมภาพันธ์ 2553

 

q1133.com

  

 

 

< ย้อนกลับ   ถัดไป >

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ส่ง
ยกเลิก
JComments

สมัครรับข่าวสารเว็บไซด์

ชื่อ:

อีเมล:

ทำเนียบวัดมหายานและวัชรยานในประเทศไทย

ดาวน์โหลดบทสวดมนต์ mp3

 

ดาวน์โหลดหนังสือธรรมมะ

เรื่องล่าสุด

  • เที่ยววัดบวรฯ
  • พระเศวตธนปติ จัมปากาลา
  • การภาวนาคาถาและธารณี
  • โมโห
  • พยายาม
  • ดี
  • การบำเพ็ญธรรม

อัลบั้มภาพ

PREV
NEXT
สุขาวดีโลกธาตุ นางดาราเขียว จัมปาลา
พระวัชรสัตวะ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์
พระคุรุปัทมสัมภวะ พระศากยมุนีตถาคตพุทธเจ้า พระศากยมุนีตถาคตพุทธเจ้า
http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/8654343_100502213057.jpg

สุขาวดีโลกธาตุ

พุทธเกษตรทั้งปวงเหมือนกันหมด อาจจะต่างกันเล็กน้อยตามพระปณิธานของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ แต่เนื้อแท้แล้วเหมือนกัน แต่เพราะสรรพชีวิตมีอุปาทาน จึงมองเห็นว่าต่างกัน จริงๆ แล้วไม่ต่างกัน See details

http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/129515002.jpg

นางดาราเขียว

นางดาราเขียว See details

http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/232386003.jpg

จัมปาลา

จัมปาลา See details

http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/211894004.jpg

พระวัชรสัตวะ

พระวัชรสัตวะหรือพระวัชรมหาสัตวะทรงเป็นทุติยาจารย์ในนิกายมนตรยานจะเป็นรองเพียงแต่ปฐมาจารย์พระไวโรจนตถาคตพุทธเจ้าเท่านั้น นัยหนึ่งนั้น ท่านเป็นนิรมาณกายแห่งพระสมันตภัทรราชย์ตถาคตพุทธเจ้า See details

http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/126257005.jpg

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

      พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรหรือพระโพธิสัตว์กวนอิม 《观世音菩萨》เป็นหนึ่งในพระโพธิสัตว์ทั้งปวงที่มีกล่าวถึงในพระพุทธศาสนาอุตตรนิกาย (อันหมายถึงนิกายฝ่ายเหนือซึ่งกินความหมายรวมทั้งมหายานและวัชรยาน) ทั้งยังอาจกล่าวได้ว่าเป็นพระโพธิสัตว์ที่มีคนรู้จักมากที่สุดนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่ว่าคนๆนั้นจะนับถือศาสนาใดก็ตาม คำว่า “อวโลกิเตศวร” นั้น มาจากภาษาสันสกฤตว่า  “อวโลกิเตศวระ” (Avalokitesvara  अवलोकितेश्वर ) เกิดจากการรวมกันของคำ 3 คำคือ  คำว่า “อวะ” (แปลว่า “ลงสู่โลกแห่งสามัญ”  อันหมายถึง  วัฏฏะสงสาร) , คำว่า  “โลกิตะ” (คำนี้แปลความหมายถึงกิริยาที่คอยติดตามเฝ้าดู) และ คำว่า “อิศวระ” (แปลว่า “ ผู้เป็นใหญ่ ” See details

http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/965610006.jpg

พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์

      พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ (मञ्जुश्री) หรือ “มัญชุศิริมหาสัตวะ” ทรงเป็น ๑ ใน ๔ อัครมหาโพธิสัตว์แห่งพระพุทธศาสนามหายาน อันประกอบไปด้วย พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ (มหากรุณา), พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ (มหาปัญญา), พระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์ (มหาปณิธาน) และพระสมันตภัทรมหาโพธิสัตว์ (มหากิริยา) ทั้งยังเป็น ๑ ใน ๘ อัครมหาโพธิสัตว์แห่งพระพุทธศาสนาวัชรยาน ทรงเป็น ๑ ใน ๓ มหาบุรุษแห่ง “พุทธาวตังสกโลกธาตุ” และยังเป็นอัครสาวกข้างซ้ายฝ่ายพระโพธิสัตว์แห่งพระศากยกมุนีพุทธเจ้าอีกด้วย   ใน See details

http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/453782007.jpg

พระคุรุปัทมสัมภวะ

พระคุรุปัทมสัมภวะ See details

http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/325852008.jpg

พระศากยมุนีตถาคตพุทธเจ้า

พระศากยมุนีตถาคตพุทธเจ้า See details

http://www.mahapadma.org/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/361070009.jpg

พระศากยมุนีตถาคตพุทธเจ้า

พระศากยมุนีตถาคตพุทธเจ้า See details

เรื่องเด่น

ตรีกาย

      ถาม 1. อยากทราบว่าในขณะที่ตนเองกำลังบำเพ็ญเพียรเป็นพระโพธิสัตว์อยู่นั้น  อาภรณ์ที่สวมใสจะใส่สีอะไรครับ (กวนอิมชุดขาว) ตอบ เสื้อผ้าอาภรณ์ เป็นสิ่งสมมุติ ยกเว้นพระภิกษุและภิกษุณีที่ต้องห่มจีวร นอกนั้นฆราวาสจะใส่อะไรก็ได้ ขอแค่สะอาด สุภาพ ก็พอครับ ซึ่งก็อาจมีบ้างที่ใส่จะไห่ชิง หรือบางแห่งจะใส่ชุดขาว ซึ่งก็ดูตามธรรมเนียมของแต่ละสถานที่...

Be the first to comment! |

  • การปกป้อง, ทำนุบำรุง และเผยแผ่พระพุทธศาส…

            moziK/002.mp3   คนเราพอโ…

  • วัดกุศลสมาคร 普福寺

          ชื่อวัด : วัดกุศลสมาคร …

  • พยายาม

          ขอเพียงพยายามแล้ว ไม่มีอะไรที…

  • ความทุกข์ ความสุข ความตาย

        โลกเราทุกวันนี้สามารถเกิดสงคราม ,…

  • จิตปรุงแต่ง

            ถาม ขอรบกวน ขออนุญาตถาม…

  • หลวงตา

          นิทานธรรม "หลวงตา" หลวงตาพูด…

  • มหากรุณาธารณีสูตร (ฉบับภาษาสันสกฤต)

          มหากรุณาธารณีสูตร ( ฉบับภาษาส…

  • เรียนภาษาจีน ตอนที่ 13

          旅行 lv3xing2 ท่องเที่ยว 飞机 fe…

  • พระไตรปิฎกมหายาน ฉบับเฉียนหลงฮ่องเต้ (ภา…

    พระไตรปิฎกมหายาน ฉบับเฉียนหลงฮ่องเต้…

  • ชีวิต

              ชีวิตก็คือการเดินทางของ…

  • เอกทศมุขาวโลกิเตศวรมูลธารณีสูตร

        เพลงนี้ หลายคนคงเคยฟังมาแล้ว …

เรื่องที่มีผู้เข้าชมสูงสุด 5 อันดับ

  • รวมบทสวดมนต์ mp3 ฯลฯ
  • “รับธรรม” และ “หมีเล่อเจินจิง” 弥勒真经
  • เพลงบรรเลงไต่ปุยจิ่ว
  • พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์
  • พระไภษัชยคุรุตถาคตพุทธเจ้า
  • พระไภษัชยคุรุ
  • พระปัญจทิศ
  • มหามยุรี
  • พระมัญชุศรี
  • พระกษิติครรภ
  • พระอวโลกิเตศวร
  • จุณฑิโพธิสัตว์
  • อมิตายุสูตร
  • มหากรุณาธารณี
  • วิจิกิจฉา
  • กินเจ
  • ศีล
  • แมวน้อยสร้างบ้าน
  • วาสนา
  • เรื่องเล่าวันวิสาขะ
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว?
  • พุทธศาสนาในยุคปัจจุบัน
  • สิ่งที่พึงตระหนัก
  • ทำนองการสวดมนต์
  • รับธรรม
  • สังคมไร้หลัก
  • ความทุกข์ ความสุข ความตาย
  • ความเสื่อมของพุทธศาสนา
  • มองโลกในแง่ร้าย?

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์

© 2011 - 2012 By Mahapadma.org. All rights reserved. สงวนลิขสิทธิ์ พุทธศักราช ๒๕๕๔ - ๒๕๕๕ โดย Mahapadma.org.
Powered by Mahapadma.org



  • ลืมรหัสผ่าน?
  • ลืมชื่อเข้าใช้งาน?