
ความจาก “มหามยุรีวิทยาราชาสูตร” แสดงไว้ว่า “สมัยหนึ่งมีภิกษุรูปหนึ่งถูกงูกัด พระอานนท์นำความกราบบังคมทูลพระผู้มีพระภาค ครานั้นสมเด็จพระโลกเชษฐ์ตรัสว่า ในอดีตอันกาลอันเนิ่นนานมาแล้ว เบื้องหิมาลัยบรรพต มีสุวรรณรูปมหามยุรีราชาอาศัยอยู่ อันสุวรรณรูปมหามยุรีราชาได้เจริญมหามยุรีวิทยาราชามหาธารณีอยู่เป็นนิจ พ้นแล้วจากอันตรายทั้งปวง สืบมาวันหนึ่งสุวรรณรูปมหามยุรีราชาได้ไปท่องเที่ยว ลืมเจริญซึ่งมหาธารณี จึงถูกมนุษย์จับตัวไป ภายหลังได้เมื่อสติจึงเจริญมหาธารณีอีกครั้งก็พ้นภัย จากนั้นสุวรรณรูปมหามยุรีราชาได้แสดงธรรมแก่ปวงชน แล้วจากไป
ก็ในสมัยนั้น พระศาสดาจึงทรงแสดงมหามยุรีวิทยาราชามหาธารณี อันจักระงับแล้วซึ่งสรรพพิษ สรรพโรคาพาธ และสัพพันตรายทั้งปวง ดังนี้ “โอม มยุระ กรันเต สวาหา” (ในภาษาสันสกฤต บางแห่งออกเสียงว่า “โอม มยุระ กีรติ สวาหา – จีนกลางออกเสียงว่า “โอม มโยรา กิรันเต ซับปอเฮอ”)

แท้จริงแล้ว สุวรรณรูปมหามยุรีราชา ทรงมีนามว่า “มหามยุรีวิทยาราชา” ทรงเป็นนิรมาณกายแห่งพระมหาไวโรจนตถาคตพุทธเจ้าและพระอมิตาภตถาคตพระพุทธเจ้า และยังทรงเป็นสัมโภคกายแห่งพระศากยมุนีตถาคตพุทธเจ้าอีกด้วย
รูปลักษณ์แห่งพระมหามยุรีวิทยาราชานั้น ทรงมี ๑ เศียร ๔ กร สำแดงพระองค์เป็นมหาโพธิสัตวลักษณ์ ประทับบนบุณฑริก อันสถิตเหนือยูงทอง (มยุราสนะ) พระหัตถ์ทรงดอกอุบล, ขนนกยูง, และผลไม้ทั้ง ๒ อันได้แก่ มังคลผล และปัจจยผล (ผลไม้เป็นเครื่องหมายแห่งการบรรลุมรรคผล) ในคัพภโลกธาตุ ทรงสำแดงพระองค์มี ๒ พระกร พระหัตถ์ขวาทรงขนนกยูง พระหัตถ์ซ้ายทรงดอกบัว ประทับบนบัวสัตตบรรณ เป็นลำดับที่ ๖ ในหนทักษิณแห่งวิหารสุสิทธิ
“มหามยุรีวิทยาราชามหาธารณี” มีคุณพ้นประมาณ จักระงับแล้วซึ่งภัยทั้งปวง อันเกิดแต่ ดิน, น้ำ, ลม, ไฟ, ศาสตรา, ยาพิษ เป็นอาทิ (โดยเฉพาะมีคุณอย่างยิ่งในการสลายแล้ว ซึ่งพิษทั้งปวง เช่น พิษงูและสัตว์ต่างๆ ยาพิษทั้งปวง สารเคมี ตลอดจนพิษร้ายและเชื้อโรคต่างๆ อันเกิดแต่ มนุษย์, สัตว์, วัตถุสิ่งของ, เวทย์มนต์ ฯลฯ) นอกจากนี้ ยังช่วยระงับซึ่งภัยธรรมชาติ ช่วยในการขอฝน และยังให้ฤดูกาลเป็นปกติ พืชพรรณธัญญาหารอุดมสมบูรณ์
การเจริญ “มหามยุรีวิทยาราชามหาธารณี” นั้น เริ่มต้นด้วยการอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด จากนั้นหาสถานที่อันสมควร (เช่นห้องพระ) ทำจิตให้สบาย ทำกายให้สงบ สำรวมจิตให้เป็นหนึ่ง บ่ายหน้าสู่หนบูรพา รำลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คุณครูบาอาจารย์
แล้วกล่าวคำนมัสการพระรัตนตรัยดังนี้
“นะโมพุทธายะ นะโมธัมมายะ นะโมสังฆายะ” ( ๓ จบ)
จากนั้นสมาทานศีล แล้วรำลึกถึงคุณพระมหามยุรีวิทยาราชา และกล่าวคำนมัสการดังนี้
“นะโมมหามยุรีวิทยาราชา” ( ๓ จบ)
แล้วกระทำ “มหามยุรีวิทยาราชามหามุทรา” ดังนี้

จากนั้นจึงเจริญภาวนา “มหามยุรีวิทยาราชามหาธารณี” ดังนี้
“โอม มยุระ กรันเต สวาหา”
โดยเจริญภาวนาตามสมควร (ถ้าเป็นไปได้ ไม่ควรต่ำกว่าครั้งละ ๑๐๘ จบ) เมื่อภาวนา ให้จินตนาการว่า พระมหามยุรีวิทยาราชา ปรากฏกายอยู่ท่ามกลางนภากาศ นกยูงรำแพนหาง รัศมีสาดส่องดุจดวงตะวัน ทอแสงเจิดจรัสไปทั่วตรีสหัสโลกธาตุ สาดส่องไปยังสรรพชีวิตทั้งหลาย ทั่วทั้งวัฏฏะทุกข์ จิตนาการว่า บาปกรรม, โรคภัย และพิษต่างๆ มีลักษณะเหมือนควันไฟ หรือไอสีดำ ที่อยู่ในร่างกายของสรรพชีวิต และด้วยเดชานุภาพแห่งพระรัศมีของพระมหามยุรีวิทยาราชาอันสว่างไสว จักทำลายซึ่งโรคภัยไข้เจ็บ และพิษทั้งหลาย โดยมีที่สุดแห่งพิษคือ โลภะ, โทสะ และ โมหะ ให้สูญสลายไป

| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|








