
ถาม –
เวลาท่องคาถาบางบทครบตามจำนวนที่เค้าบอกอ่ะครับ เค้าบอก"หลังสิ้นชีวิตจะได้ท่องเที่ยวไปยังพุทธเกษตรในทศทิศ" เรา"เที่ยว"เฉยๆ เหรอครับ? เราต้องลงมาเกิดอีกหรือเปล่าครับ? แล้วพุทธเกษตรของพระพุทธเจ้าองค์อื่นล่ะครับเหมือนกันกับของสุขาวดีของพระอามิตตาภพุทธแล้วก็พุทธเกษตรของพระไภษัชฯไหมครับ?
ตอบ –
คำว่า "ท่องเที่ยว" เป็นศัพท์ทางศาสนาครับ ความหมายคือ เมื่อเราสิ้นอายุขัยลงไปอุบัติสุขาวดี หรือพุทธเกษตรอื่นแล้ว ปรารถนาจะไปนมัสการพระพุทธเจ้าองค์อื่นก็สามารถไปได้ตามปรารถนา การไปนั้นไม่การเดินทางหรือเหาะไป อย่างเช่นเราปรารถนาจะไป แค่คิดชั่วกระพริบตาก็ไปอยู่หน้าพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าแล้ว พอเราจะกลับถวายบังคมลา พอเงยหน้าขึ้นมาก็กลับมาอยู่ที่เดิมแล้วครับ
พุทธเกษตรทั้งปวงเหมือนกันหมดครับ อาจจะต่างกันเล็กน้อยตามพระปณิธานของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ แต่เนื้อแท้แล้วเหมือนกัน แต่เพราะสรรพชีวิตมีอุปาทาน จึงมองเห็นว่าต่างกัน จริงๆ แล้วไม่ต่างกัน อย่างโลกที่เราอยู่นี้เป็นพุทธเกษตรของพระศากยมุนี ฯ ก็ไม่ด้อยไปกว่าของสุขาวดีโลกธาตุของพระอมิตาภ ฯ แต่เพราะมีอัตตวาทุปาทานจึงสำคัญผิดมองเห็นว่าไม่ดีงาม ไม่มีสระโบกขรณี ไม่มีพื้นเป็นทองคำ ฯลฯ จริงๆ แล้วเหมือนกัน เหมือนกับคนที่มองโลกในแง่ร้าย ก็คิดว่าโลกนี้เลวร้าย สังคมเลวร้าย คนเลวร้าย คนชั่วมีมาก แต่คนที่มองโลกในแง่ดีนั้น มองไปทางไหนโลกก็สวยงามสดใส วันใดที่เราบรรลุธรรม (ขั้นมหายาน ไม่ใช่เถรวาท) เราก็จะพบว่าโลกเรานี้งดงามไม่แพ้สุขาวดีโลกธาตุ และเราจะได้พบพระศากยมุนีพุทธเจ้า ที่ยังประทับอยู่ ณ. โลกนี้โดยที่พระองค์ไม่เคยไปไหน
ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงสุขาวดีโลกธาตุนี้ เพราะมีพระกรุณาต่อสรรพชีวิต ยิ่งนานวันคนที่เข้าถึงธรรมก็ยิ่งมีน้อย อายุคนนั้นสั้น เมื่อตายแล้วการจะเกิดเป็นมนุษย์นั้นยากแสนยาก เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีโอกาส เมื่อนั้นต้องเวียนว่ายตายเกิดเป็นอสงไขยกัป แต่ถ้าเราไปอยู่ที่สุขาวดี จะมีอายุยาวนาน ไม่มีมัจจุมารคือความตายมาเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติธรรม เข้าถึงความไม่ถดถอยในการบำเพ็ญธรรม นั่นคือจุดทีรับประกันที่สุดว่าเส้นทางแห่งพระโพธิญาณ จะไม่ถอยหลังหรือเลิกกลางครัน
เราไปที่สุขาวดีไม่ใช่ไปเสวยสุข แต่ไปเพื่อบำเพ็ญธรรม เพื่อตรัสรู้ช่วยเหลือสรรพชีวิตต่อไป ด้วยพระเมตตาของพระอมิตาภ ฯ จึงมีกุศโลบายสร้างสุขาวดีเพื่อสรรพชีวิต เพราะการบำเพ็ญธรรมที่นี่ยากมาก ถ้าไม่ถึงขั้นอุกฤษณ์จริงมักท้อถอย จากสัมสมสัมโพธิถอยไปเป็นปัจเจกโพธิ ที่แย่หน่อยถอยไปเป็นสาวกโพธิ ที่แย่กว่านั้นคือเลิกบำเพ็ญไปเลย แต่ต้องรู้อย่างหนึ่งว่า บำเพ็ญที่นี่แม้จะยาก จะมีอุปสรรคมาก แต่เพราะมีอุปสรรคมาก ยากมากนี้เอง จึงผีผลมาก มีอานิสงส์มาก ถ้าบำเพ็ญที่นี่จะก้าวหน้าเร็วกว่า บำเพ็ญที่นี่ ๑ วัน เท่ากับที่สุขาวดี ๑๐๐ ปี ขณะที่เวลาที่สุขาวดี ๑ วัน เท่ากับเวลาที่นี่ ๑๒ กัป
| < ย้อนกลับ |
|---|









